5 Top Tips เพื่อทำ Portfolio แบบมืออาชีพ

งานสาย Creative อาจจะเป็นอะไรที่ยากจะได้มา แม้ว่าช่วงเวลาจะเอื้ออำนวยเราก็ตาม หากคุณกำลังอยู่ระหว่างการเข้าสู่การเป็นช่างภาพในระดับอาชีพ คุณอาจจะรู้แล้วว่าแค่ถ่ายรูปออกมาสวยงามนั้นอาจจะไม่เพียงพอ คุณจะต้องมีความรู้ด้าน SEO เพื่อที่จะทำให้ตลาดสนใจ หรือความรู้เรื่องการดีลงานในเชิงธุรกิจ การจัดการบัญชีรับ-จ่าย และนั่นก็อาจจะยังต้องเรียนรู้เพิ่มอีก

เมื่อเรามองธุรกิจของช่างภาพระดับอาชีพคนอื่นเป็นตัวอย่าง คุณน่าจะรู้ได้อย่างรวดเร็วเลยว่า แม้ช่างภาพที่ถ่ายภาพได้สวยระดับเทพหลายคน ไม่ประสบความสำเร็จ ในขณะที่ช่างภาพที่ดูทั่วไปหลายคนกลับบรรลุเป้าหมายที่ต้องการในตลาดช่างภาพ และสิ่งที่แตกต่าง (โดยส่วนใหญ่) ก็คือความเข้าใจว่า ในการทำงานระดับมืออาชีพนั้น ทุกอย่างตั้งอยู่บนพื้นฐานของการทำธุรกิจทั้งสิ้น ซึ่งการทำการตลาดและการขายผลงานของตัวเองนั้น น่าจะสำคัญเทียบเท่ากับฝีมือการถ่ายภาพและการแต่งภาพเลยทีเดียว

คุณอาจจะได้ภาพสวยถึงขั้นทำให้คนอื่นมองแล้วหยุดหายใจไปชั่วขณะได้ แต่นั่นจะไม่เป็นผลเท่าไรเลยหากคุณไม่รู้วิธีที่จะนำเสนอและทำให้ตลาดสนใจได้มากพอ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ Aaron Northcott ช่างภาพอาชีพจาก Manfrotto School of Xcellence จะมาแชร์เทคนิคของเขาในการทำ Portfolio แบบมืออาชีพ ที่หวังว่าจะช่วยให้ทุกคนได้ประสบความสำเร็จในการจับกลุ่มเป้าหมายและนำไปสู่ธุรกิจในแบบที่คุณต้องการ

Top Tip #1 : คัดภาพที่จะใช้ใน Portfolio ของคุณ

คุณจำเป็นจะต้องเป็นนักวิจารณ์ภาพที่เข้มงวดที่สุดเท่าที่คุณเคยเจอมาในชีวิต มันอาจจะไม่ดีที่จะเข้มงวดกับตัวเองอยู่ตลอดเวลา แต่แน่นอนว่า เมื่อเราใช้มันมาช่วยจัดการคัดเลือกภาพของคุณมันจะช่วยให้คุณได้ฟังเสียงเล็กๆ ในใจของตัวเองว่าคุณชอบส่วนไหนในภาพนี้มากกว่าภาพอื่นๆ โดยให้มันอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงบางอย่าง

เช่น ถ้าคุณไม่มั่นใจในภาพสักภาพหนึ่ง ไม่ว่ามันจะสร้างสรรค์ได้ดีพอไหม หรือสื่อความหมายได้ดีพอหรือเปล่า ให้ตัดมันออกไป ถ้าคุณคิดว่าภาพนั้นคมน้อยเกินไปหรือสีบางส่วนผิดไปนิดหน่อย ก็ให้ตัดออกไปเช่นกัน ถ้าคุณมีภาพคล้ายๆ กันหลายใบ ให้ตัดมันออกทั้งหมดจนเหลือแค่ใบเดียว คิดว่าคุณน่าจะเริ่มได้ไอเดียแล้วใช่มั้ย?

Portfolio ของคุณต้องไม่เป็นอะไรที่ยืดเยื้อ นั่นหมายถึงมันควรจะเป็นไฮไลท์ของผลงานที่น่าประทับใจ โดดเด่น และดูเป็นมืออาชีพที่จะช่วยให้เกิดแรงกระตุ้นไปสู่การเจรจาธุรกิจต่อไป Portfolio ที่ดูกระชับ และเต็มไปด้วยภาพที่คุณคัดออกมาแล้ว มักจะให้ผลดีกว่า Portfolio ที่มีภาพมากมายปะปนกันไปทั้งภาพที่ดีที่สุดและภาพที่ดูธรรมดา

เป็นเวลานานมาแล้วที่เรามักจะได้ยินคำว่า “คุณภาพย่อมสำคัญกว่าปริมาณ” เมื่อคุณจะสร้าง Portfolio ของช่างภาพอาชีพ จำไว้ว่าคุณจะต้องเลือกภาพที่ดีที่สุด และไม่มีภาพที่คล้ายๆ กันปะปนไป

Top Tip #2: กลั่นกรองกลุ่มเป้าหมาย

คุณต้องคัดกรองว่าลูกค้าแบบไหนที่คุณต้องการงานมากที่สุด ถ้าคุณเป็นช่างภาพ Wedding ลูกค้าคงไม่ต้องการดูภาพรถยนต์ สินค้า หรือสิ่งก่อสร้าง ไม่มีประโยชน์ใดๆ เลยแม้ว่าภาพมันจะดูอลังการณ์แค่ไหน เช่นเดียวกัน หากคุณอยากได้งานจากธุรกิจกลุ่มยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ คนกลุ่มนั้นก็ไม่ต้องการเห็นภาพงานแต่งงานเช่นกัน

การมีภาพที่ไม่ตรงตามที่ลูกค้าต้องการอยู่ใน Portfolio นั่นอาจทำให้ลูกค้าคุณเจอสิ่งที่ต้องการจากช่างภาพคนอื่นก็ได้ มันจะทำให้คุณดูพิเศษน้อยลงในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้น แถมจะกลายเป็นตัวเทียบให้ลูกค้าเหล่านั้นเลือกคนอื่นๆ ที่มีภาพที่ลูกค้าต้องการ

หากว่าคุณทำงานกับลูกค้าที่หลากหลาย ต้องมั่นใจก่อนว่าคุณได้สร้างทางที่จะนำลูกค้าไปยังภาพที่ลูกค้าสนใจได้โดยง่าย คุณอาจจะจัดภาพไว้เป็นกลุ่มๆ แยกกันในแต่ละหมวดบนเว็บไซต์ แต่ต้องไม่อยู่รวมกัน

Top Tip #3: การนำเสนอสำคัญที่สุด

การนำเสนอนั้นเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่จะได้ลูกค้าใหม่ๆ จาก Portfolio ของคุณ ตามที่ได้เสนอไว้ข้างต้นว่า มีช่างภาพที่ถ่ายภาพได้ดีหลายคนไม่ประสบความสำเร็จนั่นส่วนหนึ่งอาจเพราะการนำเสนอที่ไม่ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการ

เราคุยกันไปแล้วว่า Portfolio นั้นต้องกระชับ มีแต่ภาพที่มีคุณภาพจริงๆ และถูกต้องตรงประเด็นตามกลุ่มลูกค้า ในเวลาเดียวกันนั้น มันต้องง่ายที่จะเข้าถึง ง่ายต่อการดู ง่ายต่อการเปลี่ยนแปลงหมวดตามความสนใจ ระบบของเว็บไซต์ที่ลูกค้าจะสามารถย่อขยายภาพดูผลงานของคุณได้อย่างเต็มที่ เพราะหากลูกค้าที่รู้สึกในใจว่าการดู Portfolio ของคุณช่างยุ่งยากวุ่นวาย ก็อาจจะมีผลต่อการตัดสินใจเลือกคุณเป็นช่างภาพให้เขาด้วยเช่นกัน

มันอาจจะขัดต่อยุตสมัยที่เปลี่ยนไปในวันนี้ แต่เราก็ยังแนะนำให้คุณมี Portfolio เวอร์ชั่นรูปเล่มเอาไว้ด้วย

การมี Hard Copy สำหรับแสดงในการประชุมกับลูกค้า หรือในงานสำคัญต่างๆ สามารถทำให้คุณมีเรื่องคุยต่อ และยังสร้างความประทับใจแรกพบระหว่างคุณกับลูกค้า พวกเขายังจะได้เห็นผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ก่อนที่จะตัดสินใจจ้างคุณอีกด้วย และสิ่งเหล่านี้จะให้ผลเป็นพิเศษ เมื่อคุณอยู่ในแวดวงการถ่ายภาพการแต่งงาน

Top Tip #4: คุยกับเพื่อนสักคน

เพราะงานของคุณนั้นหากคุณดูคนเดียวอาจจะทำให้คุณตัดสินใจเข้าข้างตัวเองได้ง่าย เราจึงแนะนำให้ถามเพื่อนคุณสักคนดู

การถามความเห็นจากเพื่อนหรือครอบครัว ให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ Portfolio ของคุณจะส่วนเพิ่มมุมมองใหม่ๆ และยังได้โอกาสที่ดีในการปรับแต่งการนำเสนอของคุณไปด้วย ช่วยเพิ่มประสบการณ์ และยังได้รับคำวิจารณ์สไตล์ภาพของคุณไปด้วยในตัว

นี่เป็นอะไรที่พิเศษมากอย่างหนึ่ง เพราะเช่นเดียวกับเพื่อนหรือครอบครัวที่คุณคุย ลูกค้าส่วนใหญ่ที่จะจ้างคุณมักจะไม่เข้าใจในเรื่องราวและขั้นตอนทางเทคนิคที่ช่างภาพรู้ ให้คุณเสนอความคิดใดๆ ก็ตามที่ลูกค้าคุณอาจจะต้องการ ถ้าพวกเขาตอบสนองและรู้สึกชอบ นั่นก็หมายถึงคุณกำลังเข้าใกล้โอกาสที่จะทำมันสำเร็จเข้าไปอีก

อย่าลืมว่าคุณควรจะถามถึงความคิดเห็นทุกอย่างเกี่ยวกับตัว Portfolio ของคุณ ไม่ใช่แค่เพียงภาพถ่ายเท่านั้น แม้แต่การเรียงลำดับภาพ หรือการใส่ข้อความลงไปใน Portfolio ของคุณ

Top Tip #5: แสดงความสามารถของคุณ

Portfolio นั้นคือการแสดงความสามารถของคุณโดยธรรมชาติอยู่แล้ว (รวมถึงทักษะการแต่งภาพด้วย) แต่ Portfolio ของคุณนั้นเป็นได้มากกว่าแค่ที่แสดงภาพ มันคือการแสดงตัวตนและแบรนด์ของคุณเองด้วย

จำไว้ว่า Portfolio ของคุณนั้นคือโอกาสที่จะทำให้คุณได้รวบรวมข้อมูลพิเศษเกี่ยวกับตัวคุณและองค์กรของคุณ รวมถึงการแสดงผลงานจากลูกค้าต่างๆ ในอดีตจนถึงปัจจุบัน การใส่สิ่งเหล่านี้เข้าไป ทำให้เห็นว่าคุณไม่ได้กำลังโชว์เทคนิคที่คุณมีเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่าทำไมพวกเขา “ควรทำงานร่วมกับคุณ”

ถ้าคุณกำลังทำตามที่เราแนะนำอยู่ และมีสิ่งเหล่านี้ลงไปใน Portfolio ของคุณแล้วละก็ มันควรจะเป็นข้อความเพียงย่อหน้าเล็กๆ มีการเน้นส่วนที่น่าสนใจ และเว้นข้อความด้วยภาพตัวอย่าง จะช่วยให้คนที่กำลังรับรู้ผลงานไม่ต้องอ่านมากเกินไปในครั้งเดียว

จงสร้าง Portfolio ที่คุณมั่นใจว่ามีผลงานที่กระชับ มีประสิทธิภาพ และน่าจดจำ มีพลังตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย เป็นวิธีการที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในการโปรโมทภาพของคุณ รวมถึงการสร้างโอกาสทางธุรกืจใหม่ๆ ให้คุณด้วย

ตัว Portfolio ของคุณนั้นมักจะเป้นจุดกึ่งกลางระหว่างตัวคุณและคู่แข่งเสมอ ลองทำตามเทคนิคเหล่านี้แล้วใช้เวลาค่อยๆ ปรับปรุงมันให้กลายเป็น Portfolio ของมืออาชีพ และกลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่ากับความพยายามในการถ่ายภาพของคุณเอง

สำหรับใครที่อยากชม Portfolio ของ Aaron สามารถติดตามชมต่อได้ที่ www.aaronnorthcott.com หรือช่องทาง Social ตามลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

www.facebook.com/aaronnorthcottphotography
www.twitter.com/aaronnorthcott
www.instagram.com/aaron.northcott