หลายคนอาจจะมองว่า “ขาตั้งกล้อง” เป็นอุปกรณ์ที่แข็งแรง ทนทาน เพราะวัสดุส่วนใหญ่ทำมาจากโลหะหรือคาร์บอนไฟเบอร์ จึงมักคิดว่ามันไม่จำเป็นต้องดูแลมากนัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ขาตั้งกล้องก็เหมือนเพื่อนคู่ใจของช่างภาพ ที่หากเราใช้งานอย่างถูกวิธีและใส่ใจดูแลรักษาอยู่เสมอ ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น และทำงานได้เต็มประสิทธิภาพทุกครั้งที่หยิบมาใช้
ดังนั้น วันนี้เราจึงอยากมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ สิ่งที่ไม่ควรทำกับขาตั้งกล้อง เพราะแม้ว่ามันจะดูทนทานแค่ไหน หากเราใช้งานผิดวิธีหรือเผลอทำบางพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้ขาตั้งกล้องเสียหายเร็วกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นการเสื่อมสภาพของวัสดุ ข้อต่อต่างๆ หลวม หรือแม้แต่การใช้งานที่ไม่ปลอดภัยกับอุปกรณ์ถ่ายภาพที่คุณรัก
เพราะฉะนั้น การรู้ว่าอะไรคือ “สิ่งที่ไม่ควรทำ” ถือเป็นเกราะป้องกันชั้นดี ที่จะช่วยให้คุณและขาตั้งกล้องอยู่ด้วยกันไปได้อีกยาวนาน ไม่ต้องกังวลกับปัญหาจุกจิกที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

หลายคนอาจเข้าใจผิดอยู่ไม่น้อย คิดไปว่า “ขาตั้งกล้องที่ทำจากโลหะอลูมิเนียม” ต้องแข็งแรงถึกทนเหมือนเกราะหรือโล่ของกัปตันอเมริกา ใช้ยังไงก็ไม่มีวันพัง จึงมักละเลยการดูแลรักษา หรือไม่ค่อยทะนุถนอมเท่าที่ควร แต่ในความจริงแล้ว อลูมิเนียมแม้จะมีความแข็งแรงก็จริง หากถูกกดทับหรือโดนกระแทกอย่างแรง ก็มีโอกาสทำให้ท่อนขาบุบ งอ หรือเสียรูปได้เช่นกัน
ยิ่งถ้าเป็น “ขาตั้งกล้องคาร์บอนไฟเบอร์” ก็ยิ่งควรใช้ความระมัดระวังมากขึ้น เพราะถึงจะมีข้อดีคือ น้ำหนักเบา พกพาสะดวก และแข็งแรงต่อแรงดึง แต่คาร์บอนไฟเบอร์ก็มีจุดอ่อนตรงความเปราะ หากโดนกระแทกแรงๆ หรือหล่นกระทบกับพื้นผิวแข็ง อาจถึงขั้นแตกหักได้เลยทีเดียว ซึ่งถือเป็นความเสียหายที่แก้ไขได้ยากและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก
นอกจากเรื่องโครงสร้างหลักแล้ว ภายในขาตั้งกล้องยังมีชิ้นส่วนกลไกเล็กๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบล็อก ข้อต่อ หรือแหวนยึดต่างๆ หากเกิดการกระแทกหรือใช้งานแบบไม่ระวัง ก็อาจทำให้การทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ขาตั้งไม่มั่นคงอย่างที่ควรจะเป็น และที่สำคัญคืออาจเสี่ยงต่อความปลอดภัยของกล้องและเลนส์ที่ติดตั้งอยู่ด้านบนด้วย

มีหลายๆ ท่านที่นิยมเก็บขาตั้งกล้องไว้ในท้ายรถยนต์ เพราะคิดว่าสะดวกต่อการหยิบใช้งาน จะได้ไม่ลืมหรือพกไปไหนมาไหนให้วุ่นวาย หากรถจอดอยู่ในที่ร่มหรืออาคารตลอดเวลา ก็คงไม่มีปัญหามากนัก แต่ถ้าเป็นรถที่ต้องจอดกลางแจ้งเป็นประจำ อันนี้ถือเป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งครับ
แม้ว่าโครงสร้างหลักของขาตั้งกล้องจะทำจากอลูมิเนียม ซึ่งโดยเฉลี่ยสามารถทนความร้อนได้ราวๆ 60 องศาเซลเซียส แต่ก็อย่าลืมว่า ขาตั้งกล้องไม่ได้มีเพียงโลหะอย่างเดียวเท่านั้น ภายในยังมีส่วนประกอบอื่นๆ อีกมาก ไม่ว่าจะเป็น ชิ้นส่วนพลาสติก, ยาง, โฟมรองจับ หรือแม้กระทั่งสารหล่อลื่น ที่ใช้ในกลไกข้อต่อ หากต้องเผชิญกับความร้อนสูงและสะสมเป็นเวลานานเหมือนที่เกิดขึ้นในรถยนต์ที่จอดกลางแจ้ง ความร้อนเหล่านั้นอาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพ แตกกรอบ เหนียวเหนอะหนะ หรือสูญเสียประสิทธิภาพไปอย่างถาวร
นอกจากนี้ ความร้อนที่สูงเกินไปยังอาจทำให้สารหล่อลื่นแห้งหรือแข็งตัว ส่งผลให้ระบบล็อกหรือข้อต่อต่างๆ ทำงานได้ไม่ราบรื่นเหมือนเดิม บางครั้งอาจทำให้เกิดเสียงฝืดหรือล็อกไม่แน่น ส่งผลให้ความมั่นคงของขาตั้งลดลงโดยตรง ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงอย่างมากหากคุณต้องใช้วางกล้องและเลนส์ราคาแพง

หากขาตั้งกล้องของคุณเริ่มมีอาการ ฝืด ไม่ว่าจะเป็นตามบานพับ ขาท่อนต่างๆ หรือจุดหมุนที่ใช้งานบ่อยๆ หลายคนอาจคิดว่าเพียงแค่หยิบ “สเปรย์อเนกประสงค์” มาฉีดพ่นก็ช่วยแก้ปัญหาได้ แต่จริงๆ แล้วนี่คือความเข้าใจผิดที่อาจทำให้ปัญหาหนักกว่าเดิมครับ
เพราะในจุดที่มีการเคลื่อนไหวเหล่านั้น ไม่ได้ปล่อยให้โลหะเสียดสีกันตรงๆ แต่ถูกเคลือบด้วย สารหล่อลื่นเฉพาะทาง ที่ช่วยให้กลไกทำงานได้อย่างราบรื่น และลดการสึกหรอ หากคุณฉีดสเปรย์อเนกประสงค์ลงไป มันอาจจะช่วยให้ลื่นเพียงชั่วคราว แต่ผลที่ตามมาคือ สารหล่อลื่นเดิมจะถูกชะล้างออกไป ทำให้ชิ้นส่วนภายในแห้ง ฝืด หรือแม้กระทั่งเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรจะเป็น สุดท้ายขาตั้งกล้องของคุณจะยิ่งใช้งานลำบากและอาจต้องเสียค่าซ่อมแซมมากขึ้น
หนึ่งใน สิ่งที่ไม่ควรทำกับขาตั้งกล้อง เลยก็คือการใช้สเปรย์อเนกประสงค์พ่นตามข้อต่อ จุดล็อก หรือท่อนขา หากพบปัญหาการฝืด ควรเลือกทางแก้ที่ถูกต้องกว่า เช่น
- นำขาตั้งกล้องเข้ารับบริการกับศูนย์ซ่อมที่ไว้ใจได้ เพื่อให้ช่างผู้เชี่ยวชาญทำความสะอาดและบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี
- หากต้องการแก้ไขเอง ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม เช่น Silicone Synthetic Grease with PTFE หรือ Synthetic Lubricant with PTFE ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายวัสดุ และอุปกรณ์เครื่องมือ โดยสารหล่อลื่นเหล่านี้จะช่วยให้กลไกทำงานได้ราบรื่นขึ้น โดยไม่ทำลายส่วนประกอบอื่นๆ ของขาตั้ง
การเลือกใช้วิธีบำรุงรักษาที่ถูกต้อง นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาการฝืดได้จริง ยังเป็นการป้องกันความเสียหายระยะยาว และยืดอายุการใช้งานของขาตั้งกล้องให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพต่อไป

เมื่อใช้งานขาตั้งกล้องไปได้ระยะหนึ่ง สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งหนึ่งในอาการยอดนิยมที่ผู้ใช้แทบทุกคนต้องเจอก็คือ “อาการขารูด” หรือการที่ขากล้องค่อยๆ เลื่อนลงมาเองเวลามีน้ำหนักกดทับอยู่ด้านบน แม้จะล็อกแล้วก็ตาม ถือเป็นปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดและไม่ว่าจะเป็นขาตั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ราคาถูกหรือแพง ก็ล้วนมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
สาเหตุหลักมักจะมาจากระบบล็อก โดยเฉพาะขาตั้งที่ใช้ ข้อล็อกแบบ GripLock (บานพับ) ซึ่งเมื่อผ่านการใช้งานบ่อยๆ เป็นเวลานาน น็อตหรือชิ้นส่วนที่ช่วยยึดล็อกจะเกิดการคลายตัว ทำให้แรงบีบไม่แน่นเหมือนเดิม เวลาวางกล้องและเลนส์ลงไป น้ำหนักจึงกดให้ท่อนขาค่อยๆ รูดลงมาเรื่อยๆ ส่งผลให้การถ่ายภาพไม่มั่นคง แถมยังเสี่ยงที่กล้องจะได้รับความเสียหายหากขาตั้งล้ม
ข่าวดีคือ ปัญหานี้สามารถแก้ไขเองได้ไม่ยาก! โดยเฉพาะในขาตั้งแบรนด์คุณภาพอย่าง Manfrotto ที่มักจะแถมอุปกรณ์เครื่องมือดูแลรักษาเบื้องต้นมาให้ในกล่องหรือในกระเป๋าขาตั้ง เพียงใช้เครื่องมือเหล่านี้ขันน็อตให้แน่นขึ้น ก็สามารถแก้อาการขารูดได้ในระดับหนึ่ง ทำให้ขาตั้งกลับมาใช้งานได้มั่นคงเหมือนเดิม
อย่างไรก็ตาม หากลองปรับแก้แล้วยังไม่หาย หรือพบว่าข้อต่อมีการสึกหรอหรือชำรุดเกินกว่าจะซ่อมเองได้ แนะนำว่าอย่าฝืนใช้งานต่อครับ เพราะอาจสร้างความเสียหายให้กับกล้อง และเลนส์ที่มีมูลค่าสูง ทางออกที่ดีที่สุดคือการนำขาตั้งกล้องเข้ารับบริการกับศูนย์ซ่อม หรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ซึ่งสำหรับลูกค้าในประเทศไทยก็สามารถส่งเข้ามาที่ บริษัท แอดวานซ์ โฟโต้ ซีสเทมส์ จำกัด เพื่อให้ทีมงานมืออาชีพช่วยดูแล ตรวจเช็ก และซ่อมแซมได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และมั่นใจได้ว่าขาตั้งจะกลับมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง



