เที่ยวต่างประเทศครั้งแรกถ่ายอะไรกลับมาดีนะ

ถ้าไม่ใช่นักท่องเที่ยวนักเดินทางมืออาชีพแล้วละก็ ผมคิดว่าโดยทั่วไปเราๆท่านๆน่าจะมีทริปไปต่างประเทศเฉลี่ยปีละครั้ง สองครั้งให้ชุ่มฉ่ำหัวใจเติมแรงกายแรงใจ เหมือนชาร์จแบตให้กับตัวเอง และจุดหมายปลายทางบางครั้งเราอาจจะมีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้ไปเยือนอีกด้วย การเก็บภาพกลับมาไว้ระลึกถึงสถานที่นั้นๆ คงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่เราจะเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดี และสำหรับท่านที่มีทริปได้ไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก บทความนี้ผมจะมาแนะแนวทางการถ่ายภาพเมื่อต้องไปทริปต่างประเทศกันครับว่าน่าจะถ่ายอะไรมาบ้าง จะได้ไม่เสียดายกันภายหลัง ว่าน่าจะถ่ายติดกลับมาด้วยนะเนี่ย

1. ก็ต้องถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวซิ

อันนี้แน่นอนที่สุดแล้วครับได้ไปเที่ยวทั้งที ไม่ถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆที่เป็นแลนด์มาร์กกลับมามันก็ยังไงอยู่ แต่ผมก็แนะนำว่า “ควรทำการบ้าน” โดยศึกษาความเป็นมา, ประวัติศาสตร์, ความสำคัญของสถานที่นั้นซะนิด พราะมันทำให้เราอินไปสถานที่นั้นๆ และช่วยให้การถ่ายภาพสนุกขึ้นไปด้วย นอกจากนี้ลองใช้อินเตอร์เน็ตค้นดูรูปภาพของสถานที่นั้นอีกซะหน่อย เราก็จะทราบถึง “มุมมหาชน” ซึ่งนั้นมันเป็นมุมที่สวย และดีที่สุดของที่นั้นแล้ว ไปถึงจริงๆก็ลอกการบ้านให้ไวเลยครับ

ศาลเจ้าโทโชกุ เมืองนิกโกะ ประเทศญี่ปุ่น ที่มีซุ้มประตูวิจิตรสวยงาม ไม่เหมือนศาลเจ้าที่ใด ในญี่ปุ่น สร้างขึ้นอุทิศให้แก่ อิเอยาซึ โตกุกาวะ โชกุนคนแรกของตระกูลโตกุกาวะ ที่ครองอำนาจยาวนานที่สุด

 

ถ่ายมุมกว้างเก็บบรรยากาศให้เห็นผู้คนบ้างนะครับ จะได้ไม่ดูเงียบเหงาเกินไป

แต่นอกเหนือไปจากถ่ายในมุมกว้างๆแล้ว เราควรถ่ายแบบเก็บรายละเอียดด้วยนะครับ เพราะบางสถานที่ มักจะมีรายละเอียดที่น่าสนใจซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่างๆ เช่นภาพวาดจิตรกรรม, รูปปูนปั้นต่างๆ, หรืองานแกะสลักต่างๆ ถ้าพลาดไปแล้วละก็ น่าเสียดายแย่เลยนะครับ

 

รูปแกะสลักแมวนอนหลับ ที่อยู่บนซุ้มประตูศาลเจ้าโทโชกุ สื่อถึงความสงบสุขบนดินแดนญี่ปุ่นหลังจากตระกูลโตกุกาวะ ครองอำนาจขึ้นเป็นโชกุน ถ้าใครมาแล้วพลาดไปเสียดายแย่เลยครับ

 

รูปหล่อโลหะที่อยู่ตามมุมหลังคาศาลเจ้าโทโชกุ เป็นช้างที่ทำขึ้นจากจินตนาการช่างฝีมือญี่ปุ่น เนื่องจากในสมัย 300 ปีก่อน ที่ญี่ปุ่นยังไม่มีช้าง

 

2. ถ่ายสองข้างทางระหว่างการเดินทาง

มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “บางครั้งเรื่องราวระหว่างทางสำคัญและมีค่ามากกว่าจุดหมายปลายทาง” ซึ่งผมว่าก็จริงนะครับ เพราะจุดหมายปลายทางเป็นอะไรที่เราคาดเดาได้ ว่าจะต้องพบเจออะไรบ้าง แต่ระหว่างทางเราอาจไม่รู้เลยก็ได้ เราอาจจะได้พบเห็นอาคารบ้านเรือนรูปทรงและการตกแต่งที่มันไม่เหมือนบ้านเรา ได้พบร้านค้าที่ขายของที่ระลึกที่มีขายพาะที่นั้นๆ อาจได้พบผู้คนสองข้างทางที่แต่งกายชุดประจำชาติ ชุดพื้นเมือง หรือการแต่งการที่เป็นเอกลักษณ์ ถ้าโชคดีหน่อยเค้าอาจจะเป็นมิตรกับเราส่งยิ้มให้เราด้วยก็ได้ครับ เราอย่าเพียงแค่มองดูและเดินผ่านไป หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายเก็บไว้เถอะครับ

กลุ่มสาวๆในชุดกิโมโน ที่ใส่กันเป็นเรื่องปกติของสาวญี่ปุ่น

 

วัยรุ่นญี่ปุ่นแต่งตัวประชันโฉมกันสุดฤทธิ์ในย่านฮาราจูกุ ย่านแฟชั่นอันดับ 1ในโตเกียว

 

บริการรับจ้างรถลากชมเมืองในกรุงโตเกียว

 

ตลาดปลาและอาหารทะเลในเมืองซัปโปโร เราคงไม่ได้เห็นปูไซส์ยักษ์แบบนี้ในตลาดแถวบ้านแน่ๆ

 

ร้านค้าสองข้างทางที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ระหว่างเดินไปยังวัดน้ำใส คิโยะมิสุ

 

ร้านจำหน่ายหน้ากากที่แกะสลักจากไม้ และลงสี ที่ตลาดวัดอาซากุสะ โตเกียว

 

สี่แยกแห่งหนึ่งใกล้พระราชวังเคียงบกกุง กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

 

3. ถ่ายอาหารที่ทาน

อาหารการกินเป็นอีกหนึ่งอย่างเลยครับที่สื่อถึงชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ ผ่านวัตถุดิบขึ้นชื่อตามแต่ละประเทศและท้องถิ่น กรรมวิธีการปรุง และการจัดจานที่สวยงาม ดูน่ารับประทานหรืออาจจะแปลกประหลาดไม่เคยพบเคยเจอ ก็ขอให้ถ่ายจานอาหารเหล่านั้นไว้เถอะครับ ไว้หวนรำลึกที่รสชาติของมัน หรือจะเอามาโพสรีวิวในโซเชี่ยลยั่วน้ำลายเพื่อนๆก็ได้นะครับ

 

ซ่างไฮ่ เสี่ยวหลงเปา แบบเสียบหลอดให้ดูดน้ำซุปที่อยู่ภายใน ขอบอกเลยครับว่า “เป่าก่อน”

 

เนื้อฮิดะย่าง บนใบโฮบะ ของดีย่านทาคายาม่า

 

วัตถุดิบสดๆจากทะเล เตรียมมาทำซีฟู้ด นาเบะ

 

ข้าวหน้าปลาดิบรวมราคาไม่แพง ในศูนย์อาหารกรุงโตเกียว

 

4. ถ่ายคนที่เดินทางไปกับเรา

ข้อนี้สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้นะครับ โดยเฉพาะถ้าเดินทางไปกับเพื่อน, ครอบครัว, แฟน และเหนือสิ่งอื่นใดคือภรรยา ถ้าไม่ได้รูปสวยๆกลับมาแล้วละก็บอกได้คำเดียวครับว่าอาจถึงตายได้ แต่นอกจากกะถ่ายคู่กับสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว มีรูปแบบมุมที่แอบถ่ายบ้างก็ดีเหมือนกันนะครับ

 

ไม่ต้องหน้าตรง มือแนบลำตัวแบบนี้นะครับ ฮาฮ่า

 

ไม่ต้องมองกล้องปล่อยอิริยาบถตามธรรมชาติบ้างก็ดีครับ

 

ช็อตแอบถ่ายก็ต้องมีนะครับ ^^

 

แต่สุดท้ายนี้ผมอยากฝากครับว่า บางช่วงเวลาของการท่องเที่ยวปล่อยมือออกจากตัวกล้องหรือโทรศัพท์ลงบ้าง  แล้วไปจับมือ โอบไหล่ เดินไปกับคนที่คุณรัก มองดูสิ่งสวยงามต่างๆผ่านสายตาตัวเอง เก็บช่วงเวลาดีๆไว้เป็น “ภาพความทรงจำ” ซึ่งกันและกัน เพราะมันอาจจะคงอยู่ในจิตใจตลอดไปกับคุณ ที่จะไม่เลือนหายไปไหน และขอให้ทุกๆท่านเดินทางโดนสวัสดิภาพ

สวัสดีครับ