16 ศัพท์ขาตั้งกล้องน่ารู้

ขาตั้งกล้อง

ขาตั้งกล้อง ถือเป็นอุปกรณ์ถ่ายภาพอีกหนึ่งชิ้นที่มีความสำคัญที่จะช่วยทำให้ได้ภาพดีๆ ไม่แพ้อุปกรณ์อื่นๆ และเช่นเดียวกันตัวขาตั้งกล้องเองก็มีศัพท์ที่ใช้เรียกชิ้นส่วน และการทำงานต่างๆเป็นของตัวเองซึ่งบางคำอาจจะเรียกทับศัพท์ไปเลย หรือมีความหมายที่หมู่ช่างภาพ และคนเล่นกล้องชาวไทยเรียกขึ้นมาจนเป็นที่เข้าใจกัน วันนี้เราจะมาติดตามกันดีกว่าครับว่าขาตั้งกล้องมีศัพท์ในวงการอะไรบ้าง โดยขอไล่ตั้งแต่ส่วนบนสุดของขาตั้งกล้องลงไปเลยแล้วกันนะครับ

Plate

เพลต เป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญของขาตั้งกล้อง ทำหน้าที่เป็นตัวที่ยึดกับตัวกล้องแล้วนำมาประกบเข้ากันกับส่วนหัวของขาตั้งกล้องอีกที ถ้าไม่มีเพลตก็เรียกว่าจะใช้งานขาตั้งกล้องไม่ได้เลยละครับ เพลตเป็นชิ้นส่วนที่ผู้ใช้งานทำหายบ่อยที่สุด หากต้องใช้งานขาตั้งกล้องบ่อยๆ ขอแนะนำให้ติดไว้กับตัวกล้องเสมอจะดีที่สุดครับ

เพลต 200PL ที่ Manfrottoใช้งานมายาวนานกว่า 20 ปีและยังคงใช้งานรูปแบบนี้อยู่จนถึงปัจจุบัน

Quick Release

เป็นระบบการติดตั้งเพลตเข้ากับส่วนหัว ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Manfrotto มีระบบ Safety Lock 2 ชั้นที่บังคับให้ผู้ใช้ต้องปลดพร้อมกันทั้ง 2 ชั้นถึงสามารถถอดเพลตออกจากส่วนหัวได้จึงมีความปลอดภัยสูงแต่สามารถติดตั้งได้ง่ายและรวดเร็ว เป็นระบบที่นิยมของช่างภาพทั่วโลกเลยครับ

หลักการคือต้องกดและง้างออกพร้อมกัน จึงจะสามารถนำเพลตออกมาได้

Tripod Head

หัวของขาตั้งกล้อง ทำหน้าที่เอียงทำมุมก้มเงยตามองศาหรือระนาบการถ่ายภาพตามที่เราต้องการ มีลักษณะให้ใช้งานหลายรูปแบบ และหลายฟังก์ชั่นการทำงานตามแต่รุ่นครับ หลักๆ จะมี 3 ชนิดคือ Ball Head, 2 Way Head, 3 Way Head ให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม

หัวบอล, หัวสามทาง และหัววีดีโอ ของ Manfrotto

Ball Head

Ball Head หรือ “หัวบอล” ลักษณะเด่นคือ มีลูกบอลกลมๆ อยู่ภายในตัวหัว หมุนได้รอบตัว 360 องศา สามารถทำมุมเอียงได้ประมาณ 45 องศารอบตัว และมีร่องให้สามารถเอียงได้ 90 องศาสำหรับถ่ายภาพแนวตั้งข้อดีของหัวบอลคือ ด้วยความที่มันหมุนได้รอบตัวและเอียงได้อิสระ มันจึงสะดวก และช่วยทำให้การภาพรวดเร็วไม่ยุ่งยาก มีประโยชน์อย่างมากในกรณีที่ขาตั้งกล้องไม่อาจตั้งบนพื้นราบ ปัจจุบันหัวบอลน่าจะเป็นหัวที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด เนื่องจากเวลาติดตั้งเข้ากับขาตั้งมันจะไม่เกะกะไม่มีก้านอะไรยื่นยาวออกมา และมีน้ำหนักที่เบาเมื่อเทียบกับหัวชนิดอื่นๆที่ขนาดเท่าๆกัน แต่ข้อดีของมันก็กลับกลายเป็นข้อเสียทันทีเมื่อต้องการถ่ายภาพบางกรณีที่ต้องการระนาบขนานที่ตั้งตรงที่อาจจะต้องใช้เวลาเล็งกับตัวกล้องซักนิด และบางกรณีที่ต้องการแพนกล้องที่ใช้ถ่ายวีดีโอ เนื่องจากมันจะกะน้ำหนักมือการแพนได้ลำบากและไม่มีด้ามให้จับนั้นเองครับ

ภายในหัวบอลของ Manfrottoรุ่น MHXPRO-BHQ2 ซึ่งมีแกนเป็นทรงกลมและมีกลไกการทำงานต่างๆ

2 Way Head

“หัว 2 ทาง” หรือจะเป็นที่รู้จักในชื่อหัว “VDO Head” การทำงานของหัวชนิดนี้คือ มันจะบังคับได้ 2 ทิศทางคือ Pan ไปทางซ้าย-ขวา และ Tilt ก้ม-เงย ซึ่งเหมาะกับการถ่ายประเภทวีดีโอ หรือการถ่ายภาพที่ต้องการระนาบของภาพที่ตั้งตรงมากๆ และจะให้ดีในการเลือกซื้อหัว 2 Way Head นั้นควรจะมีคุณสมบัติที่เป็นหัวน้ำมัน หรือ Fluid Head ด้วยนะครับ เพราะน้ำมันที่ใส่อยู่ข้างในแกนหมุนทั้งสองมีความหนืดซึ่งจะช่วยให้การ Pan ภาพนั้นเรียบเนียนไม่สะดุด แต่มีข้อเสียที่การทำงานอาจจะช้าเนื่องจากจะต้องปรับทีละแกนซ้าย-ขวา ก้ม-เงย และมีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ เมื่อเทียบกับหัวในขนาดใกล้ๆกัน

Manfrotto MVH500AH หัว VDOFluid Headยอดนิยมอีกหนึ่งรุ่น

3 Way Head

หรือ หัว 3 ทาง มีลักษณะคล้าย 2 Way Head แต่เพิ่มอีก 1 แกนให้สามารถเอียงกล้องให้ถ่ายแนวตั้งได้ แต่ 3 Way Head จะไม่มีคุณสมบัติ Fluid Head ลงไปด้วย ดังนั้นมันจึงโยกซ้ายโยกขวาก้มเงยได้รวดเร็วกว่า 2 Way Head แต่ก็ไม่เร็วเท่าหัวบอล เพราะยังไงก็ต้องหมุนปรับทีละแกน จึงเหมาะกับการถ่ายภาพนิ่งที่ต้องการระนาบของภาพ เช่น การถ่ายภาพสินค้า หรือสาย Landscape แต่ข้อเสียคือหัวชนิดนี้กินพื้นที่มากครับ เพราะจะมีแกนยาวที่ยื่นออกมาทั้ง 3 ด้าน

Manfrotto MHXPRO-3W หัว 3 Way ที่สามารถหดแกนทั้ง 3 ทางได้

Tilt

หมายถึง การก้ม-เงยของหัว ในสเป็คที่ระบุไว้ จะระบุไว้เป็นองศาว่าสามารถก้ม-เงยได้เท่าใด เช่น -90°/+65° ก็จะหมายถึงก้มลงได้ 90 องศา เงยขึ้นได้ 65 องศานั้นเองครับ

Manfrotto MVH500AH Tilt ลงได้ 90 องศา

Pan

หมายถึง การแพนในทิศทางหมุนแกนจากซ้ายไปขวา หรือขวาไปซ้ายโดยส่วนใหญ่จะหมุนได้รอบตัว 360 องศา โดยปกติหัว 2-3 Way จะสามารถทำได้ในตัว แต่ถ้าเป็นหัวบอลจะมีในบางรุ่น

หัวบอล Manfrotto MHXPRO-BHQ2 สามารถล็อคบอลแต่ยังแพนได้รอบตัว

Friction

หรือที่คุ้นหูกันก็คือ “ปรับหนืด” เป็นฟังก์ชั่นการทำงานที่มักจะมีอยู่ในหัวทุกประเภท ช่วยให้การ Tilt และ Pan มีน้ำหนักมือมาก หรือน้อยตามที่เราปรับ หรือถ้าเป็นหัวบอลก็จะมีประโยชน์ในการช่วยประคองน้ำหนักตัวกล้องและเลนส์ ในกรณีที่มีน้ำหนักมาก ป้องกันในกรณีเผลอคลายล็อกบอลแล้วชุดกล้อง และเลนส์กระแทกไปที่ตัวขาได้ครับ

หัว MH-494RC2 ที่มีระบบ Friction อยู่ภายในแกนล็อคบอล

Center Column

Center Column หรือ “แกนกลาง” เป็นแกนที่ยึดประกอบเข้ากับส่วนหัว อยู่ในส่วนกลางลำตัวของขาตั้งกล้อง สามารถยืดขึ้นเพื่อทำความสูงได้ตามแต่ความสูงของตัวมัน ใน Manfrotto รุ่น 290,190,055 Center Column ยังสามารถปรับให้ทำมุม 180 องศาหรือแนวนอนได้อีกด้วย ซึ่งช่วยในการถ่ายภาพมุมฉากกับพื้นได้ดีมาก

Manfrotto 190XPRO ซีรีย์ใหม่สามารถปรับ Center Column ให้เป็นแนวนอนได้ในตัว

Safety Payload

น้ำหนักสูงสุดที่ขาตั้งกล้อง จะสามารถรองรับน้ำหนักจากตัวกล้อง, เลนส์ และอุปกรณ์ต่างๆได้ไม่เกินจากที่ระบุไว้ในสเปค เช่น Manfrotto MK290DUAL3-BH มี Safety Payload ที่ 5 กิโลกรัม เราก็มาดูว่ากล้องรวมแบตเตอรี่ + เลนส์ใหญ่สุดที่เรามีหรือจะมีในอนาคต + แฟลช + แบตเตอรี่กริป + อุปกรณ์อื่นที่มีอยู่ มีน้ำหนักเป็นเท่าใด ซึ่งสามารถหาได้ไม่ยากในเว็บไซต์ของผู้ผลิตแล้วบวกรวมกันไม่ให้เกิน 5 กิโลกรัมครับ

ในการมองหาขาตั้งมาใช้งาน ให้บวกน้ำหนักอุปกรณ์ทุกชิ้นเผื่อไว้เลยครับ

Min Height

ระดับความสูงที่ต่ำที่สุดที่ขาตั้งตัวนั้นยังสามารถติดกล้องและถ่ายภาพได้ โดยทั่วไปมักจะมีความสูงเทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับความยาวของ Center Column ประมาณ 20-30 เซนติเมตรแต่ถ้าเป็นรุ่น 290,190 และ055 ที่ Center Column สามารถปรับให้ทำมุม 90 องศาหรือแนวนอนได้ ก็จะสามารถลงไปต่ำได้ถึงระดับความสูงเพียง 10 เซนติเมตรเลยทีเดียว

190GO! เป็นอีกรุ่นที่สามารถกางองศาของขาได้เกือบ 90 องศา

และ Center Column ยังปรับให้เป็นแนวนอนได้จึงทำให้มี Min Height ที่สูงแค่ 10 เซนติเมตร

Max Height

คือระดับความสูงที่สุดที่ ขาตั้งกล้อง ทำได้โดยยืด Center Column ในกรณีที่ไม่ได้ยืดขึ้นจะระบุไว้ว่า Max Height (Center Column Down)

Manfrotto Befree Advanced CF มีระดับ Max Height ที่ 150 ซ.ม.

Close Length

ความยาวของ ขาตั้งกล้อง เมื่อพับเก็บสั้นที่สุด เป็นระยะความยาวที่จะเก็บใส่กระเป๋านั้นเองครับซึ่งข้อมูลตรงนี้มีความสำคัญเวลาในการนำขาตั้งกล้องไปต่างประเทศนะครับ ว่าจะสามารถนำขึ้นบนเครื่องได้ หรือต้องใส่กระเป๋าเดินทางโหลดลงใต้เครื่อง ก่อนเดินทางควรตรวจสอบเงื่อนไขกับสายการบินก่อนนะครับ

Manfrotto Befree Advanced CF มี Close Length ที่สั้นเพียง 40 เซนติเมตร

Flip Lock

ระบบล็อคท่อนขาที่พูดติดปากกันว่าแบบ “บานพับ”หรือบางครั้งอาจจะเรียกว่า Grip Lock ข้อดีคือใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก ส่วนข้อเสีย คือ ดูแลรักษาค่อนข้างลำบากกว่าแบบ Twist Lock สำหรับ Manfrottoภายหลังจะเรียกระบบนี้ว่า Quick Power Lock (QPL)

Twist Lock

อีกหนึ่งระบบล็อคที่เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน และเรียกกันว่าระบบ “ข้อหมุน” ข้อดีคือถ้าใช้จนชำนาญจะใช้งานได้รวดเร็ว และตัวขาตั้งน้ำหนักรวมจะมีน้ำหนักเบากว่าขาตั้งที่มีระบบล็อคแบบ Flip Lock ในรุ่นเดียวกัน แต่ข้อเสียคือ ถ้าหมุนออกมามากเกินไปท่อนขาจะหลุดออกมา และหากมีชิ้นส่วนภายในกระเด็นหายไป ขาตั้งก็จะไม่สามารถล็อคใช้งานได้สำหรับ Manfrotto ภายหลังจะเรียกระบบนี้ว่า M-Lock

ระบบล็อคขาตั้งแบบ QPL และ M-Lock ใน Manfrotto Befree Advanced

น่าจะได้รับความเข้าใจในเรื่องศัพท์ต่างๆ ของ ขาตั้งกล้อง ไปบ้างไม่น้อยเลยนะครับ ซึ่งการเข้าใจที่ตรงกัน จะทำให้การสื่อสารไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานด้วยกันเวลาไปออกทริป หรือไว้สอบถามข้อมูลกับร้านค้าจะเป็นเรื่องง่ายขึ้น แต่ถ้ายังมีอะไรที่ไม่เข้าใจก็สอบถามมาได้ที่ Fanpage : Manfrotto Thailand ได้เสมอครับ และสำหรับเดือนนี้ สามารถมาพบกับทีมงาน Manfrotto Thailand ได้ในงาน “โฟโต้ แฟร์ 2018” ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 28 พ.ย. – 2 ธ.ค. 2561 นี้ที่บูธ A1 และพบกับสินค้า Manfrottoมากมายได้ตามบูธร้านกล้องชั้นนำทั่วทั้งงานเลยครับ

บทความที่คุณอาจสนใจ