5 เทคนิคถ่ายรูปเที่ยวคนเดียว มีรูปสวยได้เหมือนมีคนถ่ายให้

เวลาไปเที่ยวแบบคนเดียว หลายๆ คนอาจเกิดความกังวลใจขึ้นมาโดยเฉพาะเรื่อง “การถ่ายรูป” เพราะถ้าไปกับเพื่อนหรือครอบครัวก็มีคนช่วยกดชัตเตอร์ให้ แต่ถ้าเดินทางลุยเดี่ยว คำถามที่มักจะผุดขึ้นมาในหัวก็คือ “แล้วเราจะถ่ายรูปตัวเองยังไงดี?”

จะให้เซลฟี่ตลอดทริปก็ดูซ้ำไปหน่อย แถมมุมก็จะเดิมๆ ไม่ค่อยสร้างสรรค์ จะฝากกล้องหรือโทรศัพท์ให้คนแถวๆ นั้นถ่ายให้ก็แอบกลัวว่าจะไม่ถูกใจมุมที่อยากได้ หรือบางทีก็เกรงใจคนอื่นจนไม่กล้าขอความช่วยเหลือ สุดท้ายก็พลาดโอกาสเก็บช็อตสวยๆ ของตัวเองไว้เป็นความทรงจำ

แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะจริงๆ แล้วการเที่ยวคนเดียวก็สามารถมีภาพถ่ายสวยๆ เก๋ๆ ไว้อัพโซเชียลได้ไม่แพ้คนที่ไปเป็นกลุ่มเลย! วันนี้เรามี 5 เทคนิคถ่ายรูปเที่ยวคนเดียว ที่จะช่วยให้คุณได้รูปงามๆ หลากหลายมุม ไม่ว่าจะเที่ยวในเมือง คาเฟ่ หรือสถานที่ธรรมชาติ รับรองว่าได้รูปกลับมาอวดเพื่อนๆ ให้ตาร้อนแน่นอน ไปเที่ยวเดี่ยวๆ ก็ยังปังได้

1. วางแผนว่าจะถ่ายมุมไหน

เที่ยวคนเดียว

การไปเที่ยวคนเดียว หากเรามีภาพในหัวอยู่แล้วว่าจะถ่ายตรงไหนบ้าง รับรองว่าการถ่ายรูปจะง่าย และสนุกขึ้นเยอะเลยค่ะ เพราะเราจะไม่ต้องเสียเวลามายืนงงๆ หน้างานว่าควรเลือกมุมไหนดี สิ่งที่ควรทำก่อนออกเดินทางคือการ “ทำการบ้านล่วงหน้า” ลองค้นหารูปจากรีวิวท่องเที่ยว บล็อกเกอร์ หรือแม้แต่การเสิร์ชจากโซเชียลว่ามุมไหนคือมุมยอดฮิตของสถานที่นั้นๆ รวมถึงการดูมุมแปลกใหม่ที่ไม่ค่อยมีคนถ่าย เผื่อเก็บภาพที่แตกต่างไม่ซ้ำใคร

เมื่อไปถึงสถานที่จริง คุณก็จะรู้ทันทีว่าจะวางขาตั้งตรงไหน เลือกมุมกว้าง มุมแคบ หรือใช้ฉากหลังแบบไหน แถมยังช่วยประหยัดเวลา ไม่ต้องไปลองผิดลองถูกหน้างาน และยังมีเวลาเหลือให้เดินเล่น หามุมอื่นๆ ที่ชอบได้อีกเยอะ เรียกได้ว่ามีแผนที่ดี ก็เหมือนมี “แผนการถ่ายภาพ” ที่ทำให้รูปของคุณออกมาดูโปรขึ้นกว่าการถ่ายแบบสุ่มๆ อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ การวางแผนยังช่วยให้คุณสามารถเตรียม “พร็อพ” หรือเสื้อผ้าให้เข้ากับมุมที่จะถ่ายได้อีกด้วย เช่น ถ้าจะไปทะเล ก็ควรใส่ชุดโทนสดใสที่ตัดกับสีฟ้าของน้ำ หรือถ้าไปคาเฟ่มินิมอล ก็ควรเตรียมเสื้อผ้าโทนเรียบๆ เพื่อให้ภาพออกมาดูกลมกลืนกับบรรยากาศ นี่แหละคือความลับเล็กๆ ที่ทำให้ภาพถ่ายเที่ยวคนเดียวของคุณออกมาสวยเป๊ะเหมือนมีช่างภาพส่วนตัวเลยค่ะ


2. หาแสงดีๆ ศึกษาช่วงเวลาที่ต้องการถ่าย

เที่ยวคนเดียว

ปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ทำให้ภาพถ่ายออกมาสวยหรือไม่นั้น ไม่ได้อยู่ที่กล้องแพงแค่ไหน แต่อยู่ที่ “แสง” เลยค่ะ ต่อให้เราเลือกมุมสวย โลเคชันดี แต่ถ้าแสงแข็งเกินไปหรือมืดจนรายละเอียดหาย ภาพที่ได้ก็อาจจะไม่น่าดูเท่าที่ควร ดังนั้น การรู้จักเลือกช่วงเวลา และทิศทางของแสงจึงเป็นหัวใจสำคัญของการถ่ายรูป โดยเฉพาะเวลาเที่ยวคนเดียวที่เราอาจจะต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง

ลองศึกษา “Golden Hour” ซึ่งเป็นช่วงที่แสงสวยที่สุดของวัน โดยปกติจะอยู่ในช่วง หลังพระอาทิตย์ขึ้นประมาณ 1 ชั่วโมง และ ก่อนพระอาทิตย์ตกประมาณ 1 ชั่วโมง แสงในช่วงนี้จะนุ่มนวล อบอุ่น และช่วยให้ผิวดูละมุนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งการแต่งภาพเยอะก็ยังสวยปังได้ ส่วนใครที่อยากได้ภาพสดใส คมชัด และฟีลท้องฟ้าใสๆ อาจเลือกถ่ายช่วงสายถึงเที่ยง แต่ต้องระวังเงาที่อาจจะเข้มเกินไปนะคะ

นอกจากนี้ ควรเช็กด้วยว่าสถานที่ที่เราจะไปนั้น “หันหน้าไปทางทิศไหน” เพราะถ้าเป็นวิวภูเขา ทะเล หรือแลนด์มาร์กสำคัญ บางทีแสงเช้ากับแสงเย็นจะให้บรรยากาศที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่น ถ่ายทะเลตอนเช้าได้ฟีลสดชื่นสดใส แต่ถ้าถ่ายตอนเย็นก็จะได้ความโรแมนติกอบอุ่นไปอีกแบบ การศึกษาเรื่องนี้ล่วงหน้าจะช่วยให้คุณไม่พลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดค่ะ

และถ้าบังเอิญไปเจอช่วงที่มีเทศกาล งานวัด หรืองานประดับไฟตอนกลางคืน ก็อย่าลืมเก็บบรรยากาศเหล่านั้นไว้ด้วย เพราะแสงจากไฟหรือกิจกรรมต่างๆ จะช่วยเล่าเรื่องราว ทำให้ภาพของคุณมีชีวิตชีวามากขึ้น ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังเต็มไปด้วยความทรงจำที่ย้อนกลับมาดูเมื่อไรก็อบอุ่นใจเสมอ


3. ใช้ขาตั้งกล้อง และหาที่ตั้งกล้องที่ปลอดภัย

เที่ยวคนเดียว

พูดถึงการถ่ายรูปเที่ยวคนเดียว “ขาตั้งกล้อง” ถือเป็นเพื่อนคู่ใจที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ เพราะมันจะช่วยให้เราได้มุมกล้องที่นิ่ง สวย และอิสระกว่าการเซลฟี่ หรือการถือไม้เซลฟี่ธรรมดา แต่สิ่งสำคัญที่ต้องระวังไม่แพ้การเลือกมุมก็คือ “ความปลอดภัยของการตั้งขาตั้งกล้อง”

ก่อนจะกางขาตั้ง และวางกล้อง แนะนำให้สังเกตพื้นที่รอบๆ เสียก่อนว่าเป็นพื้นผิวแบบไหน เช่น พื้นหญ้า พื้นทราย หรือพื้นหิน เพราะหากตั้งในจุดที่ไม่มั่นคงอาจทำให้ขาตั้งลื่น ล้ม หรือแม้แต่ทำให้กล้องเสียหายได้ง่าย ควรเลือกพื้นที่แข็งแรงและมั่นคงที่สุด เช่น พื้นซีเมนต์ พื้นไม้ที่เรียบ หรือถ้าจำเป็นต้องตั้งบนทราย/หญ้า ก็ควรกดขาตั้งให้แน่นลงไปเพื่อเพิ่มความมั่นคง

อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนมักมองข้ามคือเรื่อง ความปลอดภัยจากผู้คนรอบข้าง หากตั้งขาตั้งในบริเวณที่มีคนเดินพลุกพล่าน อาจเสี่ยงต่อการถูกชนจนกล้องล้ม หรือแย่กว่านั้น คือเสี่ยงโดนขโมยโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นควรวางกล้องในตำแหน่งที่คุณสามารถมองเห็นได้ตลอดเวลา และอยู่ในระยะที่คุณเดินไปหยิบได้สะดวก ไม่ไกลจนเกินไป

สำหรับใครที่อยากได้ภาพสวยๆ แบบมุมกว้าง แนะนำให้ใช้รีโมทชัตเตอร์ไร้สาย หรือโหมดตั้งเวลาถ่าย (Timer) จะช่วยให้คุณมีเวลาจัดท่าทางได้พอดี ไม่ต้องวิ่งกลับไปกลับมา และทำให้การถ่ายภาพสนุกขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ


4. เตรียมท่าโพสให้พร้อม

เที่ยวคนเดียว

การเที่ยวคนเดียวอาจทำให้หลายคนรู้สึกเกร็งเวลาโพสถ่ายรูป เพราะไม่มีเพื่อนคอยช่วยบอกมุม หรือแนะนำท่าทาง แต่บอกเลยค่ะว่าถ้าเรา “เตรียมท่าโพสล่วงหน้า” ปัญหานี้จะหมดไปทันที การคิดไว้ก่อนว่าจะโพสท่าแบบไหนในสถานที่ใด ช่วยประหยัดเวลา และทำให้ภาพที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติ และมั่นใจมากขึ้น

ลองสำรวจตัวเองก่อนว่า มุมไหนคือมุมที่เรามั่นใจที่สุด เช่น บางคนถ่ายหันข้างจะดูหน้าเรียวขึ้น หรือบางคนยิ้มกว้างแล้วภาพดูสดใสมีชีวิตชีวา จากนั้นก็หาท่าที่เข้ากับสถานที่ เช่น

  • ถ้าไปทะเล อาจโพสท่านั่งเล่นทราย เดินริมคลื่น หรือหันหลังชูแขนรับลมทะเล
  • ถ้าไปคาเฟ่ อาจโพสท่านั่งจิบกาแฟสบายๆ มองออกไปนอกหน้าต่าง
  • ถ้าไปภูเขาหรือธรรมชาติ อาจโพสท่ายืนกางแขน หันหน้าเข้าหาวิวกว้างใหญ่ เพื่อให้ภาพดูอลังการมากขึ้น

อีกหนึ่งเทคนิคคือ การถ่ายหลายๆ ท่าติดต่อกัน เช่น ตั้งโหมดถ่ายต่อเนื่อง (Burst Mode) แล้วลองขยับท่าทางเล็กๆ เช่น หันหัว เปลี่ยนมุมแขน หรือก้าวขาเบาๆ ภาพที่ได้จะมีให้เลือกหลายช็อตโดยไม่ต้องเสียเวลาตั้งกล้องใหม่ และโอกาสได้ภาพสวยๆ ก็มีมากขึ้นด้วยค่ะ

ถ้าใครยังไม่มั่นใจเรื่องการโพส แนะนำให้ลอง “ซ้อมหน้ากระจก” หรือหาตัวอย่างจาก Pinterest, Instagram หรือเว็บไซต์ที่รวมท่าโพสสวยๆ เอามาฝึกไว้ก่อน เวลาไปจริงจะได้ไม่เขิน และโพสได้อย่างมั่นใจ ภาพที่ออกมาก็จะดูเป็นธรรมชาติ และมีสไตล์ในแบบของเราเอง

จำไว้นะคะว่า ท่าโพสดีๆ ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แค่เป็นตัวของตัวเองและยิ้มอย่างมั่นใจก็เพียงพอแล้วค่ะ เพราะสุดท้ายภาพที่ดีที่สุดคือภาพที่สะท้อนความสุขของเราในช่วงเวลานั้นจริงๆ


5. มีรีโมทลั่นชัตเตอร์กล้อง

เที่ยวคนเดียว

หลังจากเตรียมมุม เลือกแสง วางขาตั้ง และซ้อมโพสท่าเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่จะช่วยให้การถ่ายรูปเที่ยวคนเดียวง่าย และสนุกขึ้นก็คือ รีโมทลั่นชัตเตอร์กล้อง ค่ะ ถึงแม้ว่ากล้องส่วนใหญ่จะมีฟังก์ชันตั้งเวลาถ่าย (Timer) อยู่แล้ว แต่บอกเลยว่าการใช้รีโมทจะสะดวกกว่า และช่วยให้คุณคุมทุกจังหวะได้ดีกว่าเยอะ

ข้อดีของการมีรีโมทคือ เราไม่จำเป็นต้องวิ่งกลับไปกลับมาระหว่างตั้งกล้องกับตำแหน่งโพส แค่ถือรีโมทไว้ในมือ (ซ่อนเอาไว้นิดๆ) หรือวางไว้ข้างตัวก็สามารถกดถ่ายได้ทันที ทำให้โพสท่าออกมาธรรมชาติ ไม่เหนื่อย และยังประหยัดเวลาอีกด้วย ยิ่งถ้าเป็นรีโมทแบบไร้สายหรือเชื่อมต่อบลูทูธ ก็ยิ่งสะดวก เพราะสามารถกดถ่ายได้จากระยะไกลโดยไม่ต้องอยู่ใกล้กล้องมาก

นอกจากนี้ การใช้รีโมทยังช่วยให้เรามีอิสระในการ “คุมจังหวะ” เช่น อยากจะโพสต่อเนื่องหลายท่า อยากได้ช็อตหันหลังเดิน หรืออยากถ่ายตอนกำลังเคลื่อนไหว ก็ทำได้ง่ายกว่าโหมดตั้งเวลา เพราะเราจะเป็นคนกำหนดเองว่าจะกดเมื่อไหร่ ภาพที่ได้จึงมีโอกาสออกมาถูกใจและสมบูรณ์มากกว่า

สำหรับคนที่กลัวว่ารีโมทจะติดเข้ามาในเฟรมก็ไม่ต้องห่วงค่ะ ปัจจุบันรีโมทมีขนาดเล็กมาก บางรุ่นก็สามารถตั้งให้ถ่ายด้วยมือถือผ่านแอปพลิเคชันได้เลย ทำให้ซ่อนรีโมทได้ไม่ยาก หรือบางทีอาจถือไว้แล้วทำให้เป็นพร็อพไปเลยก็ยังได้


และทั้งหมดนี้ก็เป็น 5 เทคนิคถ่ายรูปเที่ยวคนเดียว มีรูปสวยได้เหมือนมีคนถ่ายให้ ที่ทางเรานำฝากกันนะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์เพื่อนๆ กันนะคะ ทุกคนสามารถกดติดตามเพื่อรับเรื่องราวใหม่ๆ และเป็นกำลังให้เราได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลยค่ะ
Facebook : https://www.facebook.com/advancedphotosystems

สำหรับคนที่กำลังเรียมตัวไปเที่ยว และยังไม่รู้ว่าจะพกอุปกรณ์อะไรไปถ่ายภาพด้วย ลองอ่านบทความแนะนำจากเราได้ที่บทความ 4 ไอเท็มควรติดตัวไปทุกทริป ได้นะคะ

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้เพื่อการวิเคาะห์ จะเก็บข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ของเรา เพื่อประโยชน์ในการนำไปปรับปรุงเนื้อหา และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด

    คุกกี้จะทำการปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย จะทำการส่งข้อมูลความสนใจในเนื้อหาที่ผู้ใช้ได้อ่าน หรือมีกิจกรรมร่วมกันกับเนื้อหานั้น เพื่อนำส่งโฆษณาสินค้าที่ผู้ใช้อาจสนใจ
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า